Gel-Better

ค่า eGFR คืออะไร? เข้าใจการทำงานของไตและอ่านผลเลือดง่ายๆ ด้วยตัวเอง

สารบัญ

เมื่อได้รับผลตรวจเลือดแล้วเห็นค่า “eGFR” หลายคนอาจรู้สึกกังวลเมื่อตัวเลขไม่เป็นไปตามคาด หรือบางคนอาจสงสัยว่าค่า eGFR คืออะไรกันแน่? ในบทความนี้ เราจะมาทำความเข้าใจเรื่องสุขภาพไตแบบง่ายๆ เหมือนเพื่อนเล่าให้ฟัง เพื่อให้คุณอ่านผลตรวจเลือดได้อย่างมั่นใจ ไม่ตื่นตระหนก พร้อมแนวทางการดูแลไตให้แข็งแรงในทุกๆ วันครับ

เคยสงสัยไหมว่าไตที่ทำหน้าที่คอยกำจัดของเสียออกจากร่างกายตลอด 24 ชั่วโมงนั้นยังทำงานได้ดีอยู่หรือไม่? คำตอบที่แม่นยำที่สุดที่คุณจะพบในผลตรวจเลือดคือ “ค่า eGFR” ครับ

ค่า eGFR ย่อมาจาก estimated Glomerular Filtration Rate หรือ “อัตราการกรองของไตแบบประเมิน” ซึ่งถือเป็น “ตัวเลขทองคำ” ที่แพทย์ทั่วโลกใช้เป็นดัชนีชี้วัดหลักในการประเมินประสิทธิภาพการทำงานของไต เปรียบได้กับเครื่องกรองน้ำในร่างกายที่คอยคัดกรองสิ่งสกปรกและของเสียออกจากกระแสเลือดเพื่อให้เลือดสะอาดและสมดุลอยู่เสมอ

โดยค่า eGFR จะบอกเราว่า ใน 1 นาที ไตของคุณสามารถกรองเลือดได้กี่มิลลิลิตร (หน่วยเป็น มล./นาที/1.73 ตร.ม.) หากค่า eGFR ของคุณอยู่ในระดับที่สูงและคงที่ นั่นแสดงว่าไตของคุณยังคงแข็งแรงและทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่หากค่านี้เริ่มลดต่ำลงเรื่อยๆ นั่นคือสัญญาณเตือนสำคัญจากร่างกายว่า ไตอาจเริ่มสูญเสียความสามารถในการกรองของเสีย ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้จนเข้าสู่ภาวะไตเสื่อมหรือโรคไตเรื้อรัง การทำความเข้าใจสาเหตุและวิธีป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุของไตเสื่อมได้ที่นี่

การทำความเข้าใจค่า eGFR ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด แต่เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้คุณตระหนักถึงสุขภาพไตและวางแผนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อดูแลไตให้แข็งแรงได้ทันท่วงทีครับ หากคุณต้องการทราบถึงสัญญาณเตือนอื่นๆ เพิ่มเติม สามารถ ศึกษาข้อมูลเรื่องโรคไตและอาการผิดปกติได้ที่นี่

หมายเหตุ: เนื้อหาข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์โดยตรงได้ หากคุณมีอาการผิดปกติหรือผลตรวจมีความเสี่ยง โปรดพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาวะร่างกายของคุณที่สุด



หลายคนมักเกิดความสับสนระหว่างค่า Creatinine (ครีอะตินีน) กับ eGFR ทั้งที่เป็นดัชนีสำคัญในการตรวจสุขภาพไต แต่ในความเป็นจริงทั้งสองค่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดครับ

Creatinine คือ ของเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการสลายตัวของกล้ามเนื้อในร่างกาย ซึ่งไตปกติจะมีหน้าที่กรองของเสียชนิดนี้ทิ้งออกทางปัสสาวะ หากไตเริ่มทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ Creatinine จะถูกขับออกได้น้อยลงและสะสมอยู่ในกระแสเลือดมากขึ้น

ในขณะที่ eGFR (estimated Glomerular Filtration Rate) คือ ค่าอัตราการกรองของไตที่ถูกคำนวณผ่านสมการทางคณิตศาสตร์ โดยนำระดับ Creatinine ในเลือด มาประมวลผลร่วมกับข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ อายุ เพศ และเชื้อชาติ เพื่อให้ได้ค่าที่สะท้อนประสิทธิภาพการทำงานของไตได้แม่นยำกว่าการดูเพียงระดับ Creatinine อย่างเดียว เพราะมวลกล้ามเนื้อของแต่ละคนไม่เท่ากัน หากคุณต้องการทราบถึงความเสี่ยงหรืออาการเบื้องต้นที่อาจส่งผลต่อค่าเลือดเหล่านี้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ โรคไตคืออะไร? สัญญาณเตือน อาการ และวิธีดูแลไตให้แข็งแรง

สรุปง่ายๆ คือ หากค่า Creatinine ในเลือดสูงขึ้น แสดงว่าไตเริ่มขับของเสียออกได้ไม่ทัน ส่งผลให้ค่า eGFR คำนวณออกมาได้ต่ำลงนั่นเอง การเข้าใจความสัมพันธ์นี้และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติจะช่วยให้คุณประเมินสุขภาพไตได้ถูกต้องยิ่งขึ้น และหากผลตรวจของคุณอยู่ในระยะที่ต้องเฝ้าระวัง การเรียนรู้เกี่ยวกับ โรคไตมีกี่ระยะ? สรุป 5 ระยะของโรคไตเรื้อรัง (CKD) ที่ทุกคนต้องรู้ จะช่วยให้คุณวางแผนการดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสมครับ

หมายเหตุ: เนื้อหาข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์โดยตรงได้ หากคุณมีอาการผิดปกติหรือผลตรวจมีความเสี่ยง โปรดพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาวะร่างกายของคุณที่สุด



วิธีอ่านค่า eGFR: ตารางเปรียบเทียบ 5 ระยะโรคไต

การแปลผลค่า eGFR เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้เราทราบถึงประสิทธิภาพการทำงานของไต โดยเกณฑ์สากลจะแบ่งระดับการทำงานของไตออกเป็น 5 ระยะ เพื่อให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ ดังนี้ครับ:

  • ระยะที่ 1: eGFR > 90 (ไตทำงานปกติ) ในระยะนี้ไตยังทำงานได้ดี แต่หากคุณมีปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง ควรหมั่นตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันภาวะไตเสื่อม ซึ่งคุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรคไตคืออะไร? สัญญาณเตือน อาการ และวิธีดูแลไตให้แข็งแรง เพื่อเฝ้าระวังอาการตั้งแต่เนิ่นๆ ได้ครับ
  • ระยะที่ 2: eGFR 60-89 (ไตเสื่อมเล็กน้อย) ไตเริ่มสูญเสียประสิทธิภาพการทำงานลงเล็กน้อย ในระยะนี้หากดูแลตัวเองได้ดี การทำงานของไตก็มีโอกาสกลับมาเป็นปกติหรือคงที่ได้นานขึ้น
  • ระยะที่ 3: eGFR 30-59 (ไตเสื่อมปานกลาง) ระยะนี้ต้องเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างจริงจัง ทั้งเรื่องอาหาร การลดเค็ม การควบคุมระดับน้ำตาล และต้องระมัดระวังการใช้ยาบางประเภทตามคำแนะนำของแพทย์
  • ระยะที่ 4: eGFR 15-29 (ไตเสื่อมรุนแรง) การทำงานของไตลดลงอย่างมาก จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากอายุรแพทย์โรคไตอย่างใกล้ชิดเพื่อชะลอความเสื่อมและเตรียมความพร้อมในการรักษา
  • ระยะที่ 5: eGFR < 15 (ไตวายเรื้อรัง) ระยะสุดท้ายที่ไตไม่สามารถขับของเสียออกจากร่างกายได้เพียงพอ จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการบำบัดทดแทนไต เช่น การฟอกเลือด หรือการปลูกถ่ายไต

ข้อแนะนำ: อย่าเพิ่งตื่นตระหนกหากผลตรวจของคุณอยู่ในระยะเริ่มต้น เพราะนี่คือ “โอกาสทอง” ที่คุณจะปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เพื่อยืดอายุการทำงานของไตให้อยู่กับเราไปได้นานที่สุดครับ หากต้องการทราบข้อมูลเจาะลึกเกี่ยวกับลำดับขั้นของโรค สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่บทความ โรคไตมีกี่ระยะ? สรุป 5 ระยะของโรคไตเรื้อรัง (CKD) ที่ทุกคนต้องรู้

หมายเหตุ: เนื้อหาข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์โดยตรงได้ หากคุณมีอาการผิดปกติหรือผลตรวจมีความเสี่ยง โปรดพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาวะร่างกายของคุณที่สุด



สิ่งที่ควรทำก่อนไปตรวจเลือด เพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด (Check-list)

การตรวจค่า eGFR เพื่อประเมินการทำงานของไตให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและสะท้อนสภาวะร่างกายของคุณได้ดีที่สุดนั้น การเตรียมตัวก่อนไปเจาะเลือดถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดจากปัจจัยภายนอก โดยคุณสามารถเตรียมตัวได้ง่ายๆ ดังนี้ครับ:

  • งดออกกำลังกายหนัก 24 ชั่วโมงก่อนตรวจ: การออกกำลังกายอย่างหนักส่งผลให้กล้ามเนื้อทำงานเกินขีดจำกัด ซึ่งจะส่งผลให้ค่า Creatinine ในกระแสเลือดพุ่งสูงขึ้นชั่วคราว จนอาจทำให้ผลตรวจ eGFR ของคุณดูต่ำกว่าความเป็นจริงได้
  • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ: ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) ส่งผลโดยตรงต่อการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงไต ทำให้ค่าไตคลาดเคลื่อนได้ง่าย ดังนั้นควรจิบน้ำเปล่าให้เพียงพอตลอดทั้งวันก่อนวันตรวจ
  • งดอาหารเสริมและสมุนไพรบางชนิด: อาหารเสริมหรือสมุนไพรบางกลุ่มอาจส่งผลต่อค่าผลเลือดได้ หากคุณกำลังมองหาทางเลือกในการดูแลสุขภาพและต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เช่น UMI GelPlus คืออะไร? ข้อมูลเจาะลึกจากมุมมองวิชาการและข้อควรระวัง ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทาน และหากเป็นไปได้ควรหยุดทานก่อนไปตรวจ 24-48 ชั่วโมง
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: การอดนอนหรือความเครียดสะสมส่งผลต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย รวมถึงระดับความดันโลหิต ซึ่งมีผลต่อการอ่านค่าไตได้เช่นกัน

การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้ผลตรวจมีความแม่นยำ ซึ่งสำคัญมากต่อการวางแผนดูแลสุขภาพ หากผลตรวจพบว่าไตเริ่มเสื่อม คุณควรศึกษา วิธีชะลอไตเสื่อม: เคล็ดลับปรับอาหารและดูแลตนเองให้ถูกวิธี เพื่อปรับพฤติกรรมให้เหมาะสมและช่วยยืดอายุการทำงานของไตให้ยาวนานขึ้นครับ

หมายเหตุ: เนื้อหาข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์โดยตรงได้ หากคุณมีอาการผิดปกติหรือผลตรวจมีความเสี่ยง โปรดพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาวะร่างกายของคุณที่สุด



เมื่อทราบว่าค่า eGFR ของคุณเริ่มลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ อย่าเพิ่งตระหนกจนเกินไป แต่ให้ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่คุณต้องเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อชะลอความเสื่อมของไตให้ได้มากที่สุด โดยมีแนวทางปฏิบัติที่สำคัญดังนี้:

1. ปรับสมดุลอาหาร: การลดเค็มหรือโซเดียมคือหัวใจสำคัญ เพราะเมื่อไตทำงานได้น้อยลง การกำจัดเกลือส่วนเกินจะกลายเป็นภาระหนัก การลดปรุงรส ลดอาหารแปรรูป อาหารกึ่งสำเร็จรูป และขนมขบเคี้ยวจะช่วยแบ่งเบาภาระไตได้ดีขึ้น [อ่านเพิ่มเติม: วิธีชะลอไตเสื่อม: เคล็ดลับปรับอาหารและดูแลตนเองให้ถูกวิธี]

2. ควบคุมโรคประจำตัวให้เคร่งครัด: หากคุณป่วยเป็นโรคเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ซึ่งถือเป็น “ศัตรูอันดับหนึ่ง” ของไต ต้องหมั่นควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์กำหนดอย่างสม่ำเสมอ เพราะน้ำตาลสูงและความดันที่ไม่คงที่คือตัวการหลักที่ทำลายหลอดเลือดในไตให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น [อ่านเพิ่มเติม: สาเหตุของไตเสื่อม เกิดจากอะไร? รวมสัญญาณเตือนและวิธีป้องกันที่ถูกต้อง]

3. ระมัดระวังเรื่องการใช้ยา: หลีกเลี่ยงการซื้อยารับประทานเองโดยเฉพาะยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น ไอบูโพรเฟน) หากกินติดต่อกันเป็นเวลานานอาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อไต รวมถึงยาสมุนไพรหรืออาหารเสริมบางชนิดที่ไม่ทราบแหล่งที่มา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยา

4. ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง: การเจาะเลือดเพื่อตรวจค่า eGFR ตามที่แพทย์นัดหมายมีความสำคัญมาก เพื่อให้คุณเห็นแนวโน้มการทำงานของไตอย่างใกล้ชิด และแพทย์สามารถปรับเปลี่ยนแผนการรักษาได้อย่างทันท่วงทีหากค่าไตมีการเปลี่ยนแปลง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ตั้งแต่วันนี้จะช่วยยืดอายุการทำงานของไตให้ยืนยาวขึ้น เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

หมายเหตุ: เนื้อหาข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์โดยตรงได้ หากคุณมีอาการผิดปกติหรือผลตรวจมีความเสี่ยง โปรดพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาวะร่างกายของคุณที่สุด



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสุขภาพไต

ถาม: ค่าไตขึ้นๆ ลงๆ ผิดปกติไหม?
ตอบ: เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ครับ หากช่วงก่อนตรวจเลือดมีการออกกำลังกายอย่างหนัก รับประทานโปรตีนในปริมาณมาก หรือดื่มน้ำน้อยเกินไป ก็อาจส่งผลให้ค่าไตมีความคลาดเคลื่อนได้ อย่างไรก็ตาม หากพบว่าค่าไตแกว่งบ่อยครั้ง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินซ้ำอย่างละเอียดอีกครั้งครับ

ถาม: โรคไตรักษาหายไหม?
ตอบ: โดยส่วนใหญ่แล้ว “โรคไตเรื้อรัง” อาจไม่สามารถรักษาให้หายขาดเหมือนการเป็นหวัด แต่ข่าวดีคือเราสามารถ “ชะลอความเสื่อม” ของไตไม่ให้แย่ลงไปกว่าเดิมได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและเรียนรู้ วิธีชะลอไตเสื่อมด้วยการปรับอาหารและดูแลตนเอง อย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพยิ่งขึ้นครับ

หมายเหตุ: เนื้อหาข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์โดยตรงได้ หากคุณมีอาการผิดปกติหรือผลตรวจมีความเสี่ยง โปรดพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาวะร่างกายของคุณที่สุด



การรู้ค่า eGFR คือจุดเริ่มต้นที่ดีในการดูแลตัวเอง อย่าเพิ่งตกใจหากตัวเลขไม่อยู่ในเกณฑ์สมบูรณ์แบบ เพราะการตรวจพบไวช่วยให้เรามีโอกาสชะลอความเสื่อมของไตได้มากที่สุด สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรับไลฟ์สไตล์ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ลดเค็ม และควบคุมโรคประจำตัว หากคุณมีข้อสงสัยหรือต้องการวางแผนดูแลสุขภาพไตกับผู้เชี่ยวชาญ อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวครับ



These statements have not been evaluated by the Food and Drug Administration. This product is not intended to diagnose, treat, cure or prevent any disease.
“ผลิตภัณฑ์ Gel Plus เจล พลัส เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับเสริมอาหาร ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค, ควรกินอาหารหลากหลายครบทั้ง 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ”

©2023. Gel-Better. All Rights Reserved.


 
0