Gel-Better

สัญญาณโรคไต มีอาการอย่างไร? 7 สัญญาณเตือนที่ควรรู้ก่อนสาย

คุณเคยสงสัยไหมว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณอะไรบางอย่างหรือไม่? โรคไตมักถูกเรียกว่า “ฆาตกรเงียบ” เพราะในระยะเริ่มต้นผู้ป่วยมักไม่แสดงอาการที่ชัดเจนจนกระทั่งการทำงานของไตลดลงไปมากแล้ว บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ สัญญาณโรคไต ที่สำคัญที่คุณสามารถสังเกตได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้คุณรู้ทันและป้องกันก่อนที่จะสายเกินไป

7 สัญญาณโรคไตที่คุณไม่ควรละเลย

อาการของโรคไตมักจะซ่อนตัวอย่างแนบเนียนจนเราอาจเข้าใจผิดว่าเป็นความเหนื่อยล้าจากการทำงานทั่วไป อย่างไรก็ตาม นี่คือ 7 สัญญาณเตือนสำคัญที่ร่างกายกำลังส่งสัญญาณบอกคุณว่าไตอาจกำลังมีปัญหา:

  1. ปัสสาวะผิดปกติ: สังเกตได้จากมีฟองมากผิดปกติหลังปัสสาวะ (โปรตีนรั่ว) สีปัสสาวะเข้มผิดปกติ หรือมีอาการปัสสาวะบ่อยผิดปกติในตอนกลางคืน
  2. อาการบวม: หากพบว่ามีอาการบวมตามใบหน้า รอบดวงตา หรือมีอาการบวมที่เท้าและขาโดยหาสาเหตุไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อกดแล้วบุ๋มลงไป ซึ่งคุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการเหล่านี้ได้ที่ ขาบวม เท้าบวม ไตเสื่อม สัญญาณเตือนที่ควรรู้และวิธีดูแลสุขภาพไต
  3. ความดันโลหิตสูง: ความดันที่สูงผิดปกติมักเป็นทั้งสาเหตุหลักและอาการที่บ่งบอกว่าไตเริ่มทำงานผิดปกติ
  4. อ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย: เกิดจากการที่ไตทำงานลดลง ทำให้ร่างกายผลิตเม็ดเลือดแดงได้น้อยลงจนเกิดภาวะโลหิตจาง รวมถึงการมีของเสียคั่งในกระแสเลือด
  5. คลื่นไส้ อาเจียน และเบื่ออาหาร: เมื่อไตไม่สามารถขับของเสียออกจากร่างกายได้ตามปกติ สารพิษจะสะสมในเลือด ทำให้รู้สึกคลื่นไส้และไม่อยากอาหาร
  6. ผิวหนังแห้งหรือมีอาการคัน: เกิดจากสมดุลแร่ธาตุในร่างกายผิดปกติ เนื่องจากไตไม่สามารถรักษาสมดุลของฟอสฟอรัสและแคลเซียมได้
  7. นอนไม่หลับหรือไม่มีสมาธิ: การที่ของเสียคั่งค้างในเลือดเป็นเวลานานจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบประสาท ทำให้การนอนหลับแย่ลงและสมองไม่ปลอดโปร่ง

คำแนะนำเพิ่มเติม: หากคุณพบอาการเหล่านี้ร่วมกันมากกว่า 1-2 ข้อ ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดและปัสสาวะ เพื่อเช็คระดับค่าไต (Creatinine) และอัตราการกรองของไต (eGFR) ให้ชัดเจน เพราะหากตรวจพบเร็ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารและการลดการกินเค็มจะช่วยยืดอายุการใช้งานของไตไปได้อีกนานครับ ซึ่งคุณสามารถศึกษาแนวทางเพิ่มเติมได้ที่ กินเค็มเสี่ยงโรคไตจริงไหม? ไขข้อข้องใจ พร้อมวิธีดูแลไตที่ถูกต้อง



ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมวันนี้ เพื่อไตที่แข็งแรงในอนาคต

การป้องกันโรคไตไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ยากอย่างที่คิด เพียงคุณเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่วันนี้ ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงและถนอมไตให้แข็งแรงไปได้อีกนาน นี่คือคำแนะนำง่ายๆ ที่คุณทำได้ทันที:

  • ลดการทานเค็ม: โซเดียมที่แฝงอยู่ในอาหารรสจัด อาหารแปรรูป และเครื่องปรุงรส คือศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้ไตต้องทำงานหนักเกินความจำเป็น อ่านเพิ่มเติมเรื่องการลดเค็มเพื่อดูแลไตได้ที่นี่
  • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ: การดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกายในแต่ละวัน จะช่วยให้ไตทำงานได้เต็มประสิทธิภาพในการขับของเสียออกจากร่างกาย
  • ควบคุมโรคประจำตัวอย่างเคร่งครัด: โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักอันดับต้นๆ ของโรคไตเรื้อรัง การคุมระดับน้ำตาลและค่าความดันให้คงที่คือการปกป้องไตที่ดีที่สุด
  • เลี่ยงยาแก้ปวดที่กินต่อเนื่อง: ยาแก้ปวดหลายชนิด (โดยเฉพาะกลุ่ม NSAIDs) หากกินติดต่อกันเป็นเวลานาน จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเนื้อเยื่อไต ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ
  • ตรวจสุขภาพประจำปี: การตรวจค่าเลือด (Creatinine) และปัสสาวะ เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยให้ทราบสถานะการทำงานของไตที่แท้จริง เพราะโรคไตในระยะเริ่มต้นมักไม่แสดงอาการ ศึกษาวิธีดูแลไตไม่ให้เสื่อมและปรับไลฟ์สไตล์อย่างถูกต้อง

อย่ารอจนถึงวันที่อาการทรุดหนักหรือไตสูญเสียการทำงานไปแล้ว การเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ คือของขวัญที่ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุดสำหรับอวัยวะที่สำคัญอย่างไตของคุณครับ



การสังเกต “สัญญาณโรคไต” ตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยชะลอความเสื่อมของไตและป้องกันภาวะไตวายได้ หากคุณพบอาการผิดปกติแม้เพียงข้อเดียว อย่ารอช้าที่จะปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองอย่างละเอียด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การลดเค็ม การดื่มน้ำให้เพียงพอ และการตรวจสุขภาพประจำปี คือการลงทุนที่ดีที่สุดเพื่อสุขภาพไตที่ยืนยาวของคุณ เริ่มดูแลไตตั้งแต่วันนี้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในวันหน้า



These statements have not been evaluated by the Food and Drug Administration. This product is not intended to diagnose, treat, cure or prevent any disease.
“ผลิตภัณฑ์ Gel Plus เจล พลัส เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับเสริมอาหาร ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค, ควรกินอาหารหลากหลายครบทั้ง 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ”

©2023. Gel-Better. All Rights Reserved.


 
0